โทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมเสียงที่เหมือนลูก พ่อแม่ เพื่อน หรือหัวหน้าอย่างแทบแยกไม่ออก ผู้โทรบอกว่าเกิดอุบัติเหตุ ถูกจับ หรือจำเป็นต้องใช้เงินทันที สถานการณ์เช่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องจริง เพราะเทคโนโลยี AI สามารถสร้างเสียงเลียนแบบจากคลิปสั้น ๆ ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียได้ มิจฉาชีพจึงใช้ความตกใจและความเร่งด่วนทำให้เหยื่อโอนเงินก่อนตรวจสอบ
AI Voice Cloning Scam ทำงานอย่างไร
ผู้ก่อเหตุอาจเก็บตัวอย่างเสียงจากวิดีโอ ไลฟ์ พอดแคสต์ หรือข้อความเสียง แล้วใช้ระบบสังเคราะห์สร้างประโยคใหม่ให้คล้ายเจ้าของเสียง จากนั้นอาจปลอมหมายเลขโทรศัพท์หรืออ้างว่าใช้เบอร์ของโรงพยาบาล ตำรวจ ทนาย หรือเพื่อนร่วมงาน เป้าหมายคือทำให้ผู้รับสายเชื่อว่าเหตุฉุกเฉินกำลังเกิดขึ้นจริง
FBI ระบุว่าอาชญากรใช้ทั้งข้อความและเสียงที่สร้างด้วย AI เพื่อสร้างความไว้ใจ ก่อนขอข้อมูลสำคัญ เงิน หรือชักชวนให้ย้ายไปสื่อสารบนแพลตฟอร์มอื่น ขณะที่ FTC เตือนว่าเสียงที่คุ้นเคยไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนเพียงอย่างเดียว

สัญญาณเตือนที่พบบ่อย
- เร่งให้โอนเงินทันที โดยอ้างว่าเป็นเหตุฉุกเฉินหรือมีเวลาจำกัด
- ขอให้ปิดเป็นความลับ ไม่ให้โทรถามสมาชิกครอบครัวหรือฝ่ายบัญชี
- ต้องการเงินผ่านคริปโทเคอร์เรนซี บัตรของขวัญ หรือช่องทางที่เรียกคืนยาก
- โทรจากเบอร์ใหม่ และอธิบายว่าโทรศัพท์ของเจ้าตัวหายหรือใช้ไม่ได้
- หลีกเลี่ยงคำถามส่วนตัว หรือพยายามเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกขอให้ยืนยันตัวตน
- มีจังหวะเสียงแปลก คำพูดไม่เป็นธรรมชาติ หรือใช้คำที่บุคคลนั้นไม่ค่อยพูด แม้เทคโนโลยีปัจจุบันอาจทำเสียงได้แนบเนียนมากแล้ว
5 ขั้นตอนรับมือก่อนเสียเงิน
- หยุดและอย่าตัดสินใจขณะตกใจ ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP หรือรายละเอียดบัญชี
- วางสาย อย่าโทรกลับหมายเลขที่ผู้โทรให้มา และอย่ากดลิงก์จากข้อความประกอบ
- ติดต่อกลับด้วยช่องทางที่เคยยืนยันแล้ว ใช้เบอร์ที่บันทึกไว้เดิมหรือโทรหาคนใกล้ชิดอีกคน
- ถามรหัสลับของครอบครัว ตกลงคำหรือคำถามที่หาไม่ได้จากโซเชียลมีเดีย และเปลี่ยนเมื่อสงสัยว่ารั่วไหล
- ตรวจสอบก่อนชำระทุกครั้ง สำหรับธุรกิจ คำขอโอนเงินควรมีผู้อนุมัติอย่างน้อยสองคนและยืนยันผ่านช่องทางแยก
ถ้าโอนไปแล้วควรทำอย่างไร
ติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินทันที แจ้งว่าเป็นธุรกรรมฉ้อโกงและขอระงับหรือเรียกคืนเงิน เก็บหมายเลขโทรศัพท์ ข้อความ สลิป เวลาโทร และไฟล์เสียงไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่อาจเปิดเผย เปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน และแจ้งเหตุผ่านช่องทางของตำรวจหรือหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในพื้นที่
การฟังว่า “เสียงเหมือนหรือไม่” ไม่เพียงพออีกต่อไป วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือสร้างนิสัยยืนยันตัวตนผ่านช่องทางเดิม ใช้รหัสลับระหว่างคนใกล้ชิด และกำหนดขั้นตอนอนุมัติเงินที่ไม่ถูกข้ามแม้ผู้ขอจะอ้างว่าเร่งด่วน เมื่อมีเวลาให้ตรวจสอบ มิจฉาชีพจะสูญเสียข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด
แหล่งข้อมูล: FTC: Fake Emergency Scams, FBI: AI-generated voice impersonation และ FBI: AI-enabled cybercrime
