ธุรกิจเก่งจุดเดียว

ธุรกิจที่ดีไม่ต้องเก่งรอบด้าน แค่เก่งจุดเดียวให้สุด

ในยุคที่ทุกอย่างดูแข่งขันกันเร็วและมาก หลายธุรกิจหลงคิดว่า “ต้องทำให้ครบ” จึงจะอยู่รอด ต้องมีทุกช่องทาง ต้องให้บริการทุกรูปแบบ ต้องตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ไปไม่ถึงไหน ก็เพราะพยายามเก่งหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน จนไม่มีเรื่องไหน “สุด” พอให้ลูกค้าจดจำได้

ธุรกิจที่คนจำได้ มักชัดเจนเพียง 1 เรื่อง คนไม่ได้จำแบรนด์ที่ทำครบทุกอย่าง แต่จำแบรนด์ที่ “เฉียบ” เรื่องใดเรื่องหนึ่งจริง ๆ ไม่ว่าคุณจะขายอาหาร ขายคอร์ส หรือให้บริการใด ๆ สิ่งที่ลูกค้าอยากรู้ไม่ใช่ว่าคุณทำได้กี่อย่าง แต่คุณทำสิ่งที่เขาต้องการ “ได้ดีแค่ไหน” ความเชี่ยวชาญลึก ๆ ในเพียงแค่เรื่องเดียว กลับสร้างอิทธิพลมากกว่าความเก่งกว้างแต่ไม่เฉพาะเจาะจง

เลือกให้ชัดตั้งแต่แรกว่าอะไรที่ “คุณจะไม่ทำ”

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเล็กไปต่อยาก ไม่ใช่แค่ขนาดทีม หรือเงินทุน แต่คือความลังเลในการเลือกทิศทาง การเลือกโฟกัส 1 อย่างให้ชัด มาพร้อมกับการกล้าปฏิเสธสิ่งอื่นที่เบี่ยงเบน ลูกค้าจะรับรู้ได้ทันทีว่าธุรกิจของคุณจริงจังกับเรื่องไหน และจะดึงดูดคนที่ใช่เข้ามาเองโดยธรรมชาติ

เมื่อคุณโฟกัสจุดเดียว จึงกล้าลงทุนให้ลึกได้ การเก่งในจุดเดียว ไม่ได้แปลว่าเล็ก แต่คือการรวบพลังทั้งหมดไปไว้ในทางที่เฉียบคม ยิ่งคุณโฟกัสแคบลงเท่าไหร่ การลงทุนทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงิน เวลา หรือทีม ก็จะยิ่งใช้ได้อย่างคุ้มค่า แทนที่จะต้องกระจายทุกอย่างให้ครบ แล้วหวังผลกับทุกช่องทางแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ

ตัวอย่างของธุรกิจที่ “เก่งเฉพาะจุด” แล้วไปได้ไกล

  •  ร้านขนมที่ขายเฉพาะชีสเค้กหน้าไหม้ แต่คนต่อคิวแน่นทุกวัน
  •  นักออกแบบที่รับแค่สายมินิมอล ไม่รับงานหลากหลาย
  •  ผู้เชี่ยวชาญคอร์สออนไลน์ที่สอนแค่เรื่องเดียว แต่ครองตลาดเฉพาะทางได้ทั้งประเทศ

ธุรกิจไม่ต้องทำทุกอย่างให้เก่ง แต่ต้องเลือก “หนึ่งอย่างที่เราจะเก่งจนคนอื่นไม่กล้าเทียบ” เพราะเมื่อคุณทำได้ถึงจุดนั้น แบรนด์จะเติบโตจากคุณค่าที่ชัด ไม่ใช่แค่การแข่งกันเพิ่มของให้เยอะที่สุดครับ